สังคม

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยืนยันความปลอดภัยทางวิ่ง-ทางขับเป็นไปตามมาตรฐานสากล

%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%a2-4

นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ตามที่สมาพันธ์นักบินนานาชาติ (International Federation of Air Line Pilots’ Associations: IFALPA) ได้ออกประกาศเตือนเรื่องความปลอดภัย (Safety Bulletin) เกี่ยวกับการใช้งานทางขับ (Taxiway) และทางขับเข้าสู่หลุมจอดอากาศยาน (Taxilane) ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ที่มีสภาพพื้นผิวอ่อนตัว (Soft Ground) นั้น

จากประเด็นดังกล่าว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ขอชี้แจงให้ทราบว่า ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สมาพันธ์นักบินนานาชาติได้เคยออกประกาศเตือนเมื่อปี 2561 ซึ่ง ทสภ. ได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาตามที่สมาพันธ์นักบินนานาชาติ ได้แจ้งเตือนแล้วโดยที่ผ่านมา ทสภ. ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเรื่องพื้นผิว ทางวิ่ง-ทางขับ มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีแผนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยปัจจุบัน ทสภ. อยู่ในระหว่างดำเนินโครงการงานซ่อมแซมพื้นผิวทางวิ่งฝั่งตะวันออก (Runway 01R-19L) และทางขับออกด่วน (Rapid Exit Taxiway) โดยได้มีการเริ่มมาตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งทำให้ปัจจุบันสภาพพื้นผิวทางวิ่ง-ทางขับ ของทสภ. อยู่ในสภาพปกติและมีสถิติการซ่อมแซมฉุกเฉินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ทสภ. ยังมีแผนการแก้ไขปัญหาอย่างถาวรด้วยการปรับปรุงเปลี่ยนชนิดพื้นผิวทางในบริเวณที่ใช้งานหนักและได้รับการรายงานปัญหาจากสายการบิน โดยการเปลี่ยนพื้นผิวทางเดิมที่เป็นชนิดแอสฟัลต์เป็นพื้นผิวทางปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีตซึ่งมีความคงทนแข็งแรง ซึ่งปัจจุบันกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้ออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ และคาดว่าจะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ภายในปี 2563

นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ผ่านมา ทสภ. ได้จัดให้มีมาตรการรองรับโดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เครื่องจักรประจำภายในเขตการบินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบสภาพพื้นผิวทางทั้งหมดทุกวัน หากพบว่ามีการชำรุดของพื้นผิวทาง เจ้าหน้าที่จะพร้อมเข้าดำเนินการซ่อมแซมพื้นผิวได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการการติดตั้งระบบระบายน้ำใต้ดินชั่วคราวซึ่งสามารถลดระดับน้ำใต้ดินในบริเวณทางขับเข้าสู่หลุมจอด (Taxilane) T8, T11, T12, T13, T14 ได้เป็นอย่างดี และจากการดำเนินงานในระบบการจัดการด้านนิรภัย (Safety Management System) ของ ทสภ. พบว่าสถิติการแตกของพื้นผิวและต้องมีการปิดพื้นที่ซ่อมฉุกเฉินในบริเวณทางขับและทางขับเข้าสู่หลุมจอดในปีที่ 2562 ลดลงอย่างมาก รวมทั้งยังไม่พบรายงานอากาศยานเสียหายจากเศษวัสดุแอสฟัลต์ที่แตกร้าวและหลุดร่อนแต่อย่างใด และเพื่อให้เกิดความมั่นใจด้านความปลอดภัยและไม่ให้กระทบต่อการให้บริการการบิน ทสภ. ได้จัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาคุณภาพผิวทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยาน ทสภ. ขึ้นโดยมีการประชุมร่วมกันระหว่าง ทสภ. กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินแห่งประเทศไทย (AOC), บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เพื่อรายงานและประเมินสถานการณ์ตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยของ ทสภ. เป็นรายสัปดาห์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 นอกจากนี้ได้มีการรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการแก้ไขปัญหาพื้นผิวทางดังกล่าวต่อคณะกรรมการที่ปรึกษาท่าอากาศยาน (Airport Consultative Committee: ACC) ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจาก IATA, AOC, บวท. มาโดยตลอดทุกไตรมาสตั้งแต่ปี 2561

ทั้งนี้ ทสภ. มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบภายใต้หลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมุ่งเน้นในการด้านความปลอดภัยของอากาศยานและผู้ใช้บริการท่าอากาศยานตามมาตรฐานสากลควบคู่ไปกับการอำนวยความสะดวกผู้โดยสารดั่งคำขวัญของ ทอท. “ปลอดภัยคือมาตรฐาน บริการคือหัวใจ”

0 Comments

admin

Reply your comment

Your email address will not be published. Required fields are marked*